หนังสือ,หนังสืองานศพ,ทำหนังสืองานศพ, พิมพ์หนังสืองานศพ ถูกและด่วน พิมพ์ฟรี 2 หน้าเสร็จใน 2 วัน 300 เล่มส่งฟรีทั่วประเทศ

บทความ

แ ด่ ลู ก ที่ ไ ป ทำ ง า น แ ด น ไ ก ล

26-09-2549 21:51:23น.
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของลุกผู้ชายคนหนึ่งที่ตระเวนทั้งเรียนทั้งทำงานไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแม้เขาจะเติบกล้าเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ

>> >ความรู้เพิ่มมากขึ้น
>> >โลกใบนี้เริ่มเล็กลงแต่พ่อแม่ที่อยู่บ้านเดิม(ในเมืองจีน)ก็เริ่มแก่ตัวลง
>> >
>> >ลูกคนนี้ทำงานอยู่ต่างประเทศ
>> >ไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ได้แต่ติดต่อกันทางจดหมาย
>>โชคดีต่อมามีไอพีการ์ด
>> >เลยได้คุยสดกันบ้าง ทุกครั้งแม่ก็จะคอยเตือนให้ระวังสุขภาพของตัวเอง
>> >ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ไม่ต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ
>> >เพราะจะสิ้นเปลืองเงินทอง...ยิ่งพูดก็ยิ่งซ้ำๆซากๆ
>> >เขารู้ดีว่าแม่เริ่มคิดถึงเขามากจนกระทั่งปีนี้ แม่อายุ 75
>> >เขาจึงตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่โดยตั้งใจว่าจะอยู่สัก 1 เดือน
>> >จะไม่ทำอะไรเป็นพิเศษ แต่ขอเป็นเพื่อนแม่เพียงอย่างเดียว
>> >พอบอกข่าวนี้ให้แม่ทราบ แม้จะมีเวลาอีกตั้ง
>>2
>>
>เดือนเศษแม่ก็เริ่มเตรียมตัวในการต้อนรับการกลับมาเยี่ยมบ้านของลูกแม่ดึงเอาสมุดบันทึกมาจดสิ่งที่ต้องตระเตรียม

>> >แม่เตรียมรายการอาหารที่ลูกชอบ ดึงเอาผ้าห่มที่ลูกเคยชอบห่มมาปะชุนใหม่...
>> >สำหรับคนอายุ 75เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
>> >
>> >พอกลับถึงบ้าน ตอนอยู่บนเครื่องบิน
>>เคยตั้งใจว่าจะขอกอดแม่ให้ชื่นใจสักครั้ง
>> >แต่พอมาเห็นแม่ แม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผอมแห้ง
>> >หน้าตาเหี่ยวย่นช่างไม่เหมือนแม่คนก่อนหน้านี้เลย..
>> >
>> >แม่ใช้เวลาทั้งชั่วโมงเตรียมอาหารที่ลูกเคยชอบ
>> >โดยที่หาทราบไม่ว่าเดี๋ยวนี้ลูกไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้นแล้ว
>> >และเพราะแม่ตาไม่ค่อยดี รสชาติอาหารจึงแย่มากๆ บางจานก็เค็มจัด
>> >บางจานก็จืดสนิท ผ้าห่มที่แม่อุตส่าห์เตรียมให้ ทั้งหนาทั้งหยาบ
>> >ไม่สบายกายเลย แม่หารู้ไม่ว่าเดี๋ยวนี้ลูกนอนห้องแอร์และใช้ผ้าห่มขนแกะแล้ว
>> >แต่เขาก็ไม่บ่นอะไร
>> >เพราะเขาตั้งใจจะกลับมาเป็นเพื่อนแม่จริงๆ
>> >
>> >สองสามวันแรก แม่ยุ่งอยู่กับเรื่องจิปาถะ
>>จนไม่มีเวลาพักผ่อน พอเริ่มได้พัก
>> >แม่ก็เริ่มพูดมาก สอนโน่นสอนนี่ พูดแต่ปรัชญาเก่าๆ ซึ่งปรัชญาเหล่านั้น 10
>> >กว่าปีก่อนก็เคยพูดแล้ว พอลูกบอกให้ฟังว่า
>> >ปรัชญาเหล่านั้นไม่ทันสมัยแล้วแม่ก็เริ่มนิ่งเงียบและเศร้าซึม
>> >
>> >
>> >“เหตุการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ผมพบว่าสุขภาพแม่แย่ลง โดยเฉพาะสายตา
>> >อาหารบางจานมีแมลงวันด้วย บางทีอาหารหกบนเตา แม่ก็เก็บใส่จานตามเดิม
>> >ครั้นผมพยายามชวนแม่ไปกินนอกบ้าน แม่ก็บอกอาหารข้างนอกไม่สะอาด
>> >ของแปลกปลอมเยอะ เมื่อผมบอกแม่ว่าจะหาคนรับใช้มาช่วยแม่สักคน
>> >แม่ก็โวยวายว่าแม่เองยังสามารถทำงานเลี้ยงดูเด็กให้ผู้อื่นได้เลย
>> >ผมเลยพูดไม่ออกพอผมจะออกไปช้อปปิ้ง แม่ก็จะตามไปด้วย ทำเอาวันนั้นทั้งวัน
>> >พวกเราไม่ได้ไปช้อปปิ้งเลย...”
>> >
>> >“พอพวกเราเริ่มคุยกันในเรื่องทันสมัย แม่ก็จะหาว่าพวกเราเพี้ยน
>> >ผมก็เริ่มบอกแม่อย่างไม่ค่อยเกรงใจว่า แม่ นี่มันสมัยใหม่แล้ว
>> >แม่ต้องหัดมองโลกในแง่ใหม่ๆบ้าง...
>>ช่วงครึ่งเดือนหลังที่อยู่กับแม่
>> >ผมเริ่มขัดแม่มากขึ้นเรื่อยๆ
>> >และรู้สึกรำคาญเพิ่มมากขึ้นแต่เราไม่เคยทะเลาะกันนะ พอผมขัดแม่
>> >แม่ก็หยุดกึกลง ไม่พูดไม่จา ในตามีแววเหม่อลอย –
>> >โลกซึมเศร้าแบบคนแก่ของแม่ชักหนักขึ้นเรื่อยๆ”
>> >
>> >“ได้เวลาที่ผมจะต้องเดินทางกลับ
>>
>แม่ดึงกล่องกระดาษกล่องหนึ่งออกมาในนั้นเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ที่แม่ตัดเก็บไว้ในช่วงที่ผมไปอยู่เมืองนอก
>> >แม่เริ่มสนใจข่าวต่างประเทศเมื่อผมเดินทางไปนอก
>> >ทุกครั้งที่มีข่าวตึงเครียดในประเทศนั้นๆ แม่จะตัดข่าวเก็บไว้
>> >ตั้งใจจะมอบให้ผมตอนที่ผมกลับมา แม่พูดอยู่เสมอว่า
>> >อยู่นอกบ้านนอกเมืองต้องระวังตัวให้มากๆ
>> >ครั้งหนึ่งมีเรื่องคนญี่ปุ่นต่อต้านและข่มเหงคนจีน
>>มีการปะทะกันด้วย
>> >แม่เป็นห่วงมาก
>> >ถามเพื่อนบ้านว่าจะส่งข่าวไปเตือนผมที่ญี่ปุ่นได้อย่างไรตอนนั้นผมสอนอยู่ที่ญี่ปุ่น”
>> >
>> >
>> >แม่ดึงเอาปึกกระดาษข่าวนั้นออกมาอย่างยากลำบากวางใส่ในมือผมเหมือนของวิเศษชิ้นหนึ่ง
>> >มันหนักมาก ผมเริ่มรู้สึกลำบากใจเพราะผมไม่อยากนำกลับไป
>> >มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วผมรู้ว่าแม่เก็บมันด้วยความยากลำบาก
>> >แม่สายตาไม่ค่อยดี ต้องใช้แว่นขยาย
>> >อ่านได้วันละ 2 หน้าก็เก่งแล้ว นี่ยังตัดเก็บได้ขนาดนี้
>> >ทันใดนั้นมีข่าวแผ่นหนึ่งปลิวหลุดลงมา
>> >แม่รีบเอื้อมไปหยิบแต่แทนที่แม่จะเก็บเข้ากองเดิม
>> >แม่กลับพับเก็บไว้ในกระเป๋าของตัวเอง
>> >
>> >ผมรู้สึกเอะใจ เลยถามว่า “แม่ นั่นกระดาษอะไร
>> >ขอผมดูหน่อยนะ”แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
>> >จึงล้วงออกมาวางบนข่าวปึกนั้นแล้วหุนหันเข้าครัวไปทำกับข้าวทันที
>> >
>> >
>> >ผมหยิบแผ่นข่าวนั้นขึ้นมาดู มันเป็นบทความบทหนึ่ง ชื่อว่า
>>“เมื่อฉันแก่ตัวลง”
>> >ตัดจากหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่
>>6 ธันวาคม 2004
>> >เป็นช่วงที่ผมเริ่มเถียงกับแม่ถี่มากขึ้นทุกทีบทความนั้นคัดมาจากนิตยสารฉบับหนึ่งของเม็กซิโก
>> >ฉบับเดือนพฤศจิกายน ผมอ่านบทความนั้นทันที ...
>> >
>> >
>> >
>> >เมื่อฉันแก่ตัวลง.....ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น ขอโปรดเข้าใจฉัน
>> >มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้นอีกสักนิด
>> >
>> >ถ้าฉันทำน้ำแกงหกใส่เสื้อตัวเอง....ถ้าฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า
>> >ขอให้คิดถึงตอนเธอเด็กๆ...ที่ฉันสอนเธอหัดทำทุกอย่าง
>> >
>> >
>> >ถ้าฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆที่เธอรู้สึกเบื่อ….ขอให้อดทนสักนิด
>> >อย่าเพิ่งขัดฉัน ตอนเธอยังเล็กๆ ฉันยังเคยเล่านิทานซ้ำๆซากๆ จนเธอหลับเลย
>> >
>> >ถ้าฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน้ำให้ อย่าตำหนิฉันเลยนะ
>> >ยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆได้ไหม
>> >ฉันต้องทั้งกอดทั้งปลอบเพื่อให้....เธอยอมอาบน้ำ
>> >
>> >
>> >ถ้าฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆโปรดอย่าหัวเราะเยาะฉัน….
>> >จำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถาม
>> >“ทำไม
>>ทำไม”ทุกครั้งที่เธอถามได้ไหม
>> >
>> >
>> >
>> >ถ้าฉันเหนื่อยล้าจนเดินต่อไม่ไหว
>> >ขอ....จงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน
>> >เหมือนตอนที่ฉันพยุงเธอให้หัดเดินในตอนที่เธอยังเล็กๆ
>> >
>> >
>> >
>> >หากฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่โปรดให้เวลาฉันคิดสักนิด
>> >ที่จริงสำหรับฉันแล้ว.....กำลังพูดเรื่องอะไรไม่สำคัญหรอก
>> >ขอเพียงมีเธออยู่ฟังฉัน.....ฉันก็พอใจแล้ว
>> >
>> >
>> >
>> >ตอนนี้ถ้าเธอเห็นฉันแก่ตัวลง...ไม่ต้องเสียใจ...ขอให้เข้าใจฉัน....สนับสนุนฉัน
>> >ให้เหมือนตอนที่ฉันสนับสนุนเธอตอนเธอเพิ่งเรียนรู้อะไรใหม่ๆ
>> >
>> >
>> >ในตอนนั้น....ฉันนำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิต
>> >ตอนนี้....ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทางของชีวิต……
>> >โปรด....ให้ความรักและความอดทนต่อ....ฉัน
>> >
>> >
>> >
>> >ฉันจะยิ้มด้วยความขอบใจ...
>> >ในแววตาอันฝ้าฟางของฉัน...มีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้
>> >ของฉันที่มีให้กับ.
>>.........เธอ
>> >
>> >
>> >ผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบทันที.... เกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
>> >ตอนนั้นแม่เดินออกมา
>>
>ผมแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนแรกแม่คงอยากให้ผมได้อ่านบทความนี้หลังจากผมกลับไปแล้วจึงคะยั้นคะยอให้ผมนำข่าวปึกนั้นกลับไป

>> >ตอนผมจัดกระเป๋าเดินทาง
>> >ผมต้องสละไม่เอาสูทกลับไป 1 ตัว
>>
>จึงยัดเก็บปึกข่าวเหล่านั้นเข้าไปได้รู้สึกแม่จะดีใจมากเหมือนกับว่าหนังสือพิมพ์เหล่านั้นเป็นยันต์โชคลาภสำหรับผมและเหมือนกับว่าการที่ผมยอมรับหนังสือพิมพ์เหล่านั้นผมได้กลับมาเป็นเด็กดีของแม่อีกครั้งหนึ่งแม่ตามมาส่งผมจนถึงรถแท็กซี่เลยที่เดียว

>> >
>> >
>> >หนังสือพิมพ์ที่ผมนำกลับมาเหล่านั้น ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไรเลย แต่บทความ
>> >“เมื่อฉันแก่ตัวลง” บทนั้น ผมได้ตัดเก็บไว้ในกรอบ เอาไว้ข้างตัวฉันตลอดไป
>> >
>> >ตอนนี้ ผมขออุทิศบทความนี้
>> >ให้กับลูกๆทั้งที่พเนจรและไม่ได้พเนจรทั้งหลาย...ถ้ามีเวลาว่างก็แวะไปหาท่าน
>> >หรือไม่ก็โทรไปหาท่านบ้าง
>>บอกท่านว่าคุณอยากกินอาหารที่ท่านทำเสมอ....
>> >ท่านไม่ได้ต้องการอะไรจากเรามากไปกว่า...แค่ได้รับรู้ว่า
>> >เราสุขสบายดี..ถ้าหากเราไม่สามารถไปเยี่ยมท่านได้....ตอนคุยโทรศัพท์กับท่าน...โปรดยิ้มให้
กว้างๆและยิ้มบ่อยๆ...แม้ท่านจะมองไม่เห็น..แต่ท่านจะรู้สึกได้......